ค้นหางานด่วน !

17 วิธีคิดของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต

17 วิธีคิดของเหล่าเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จในชีวิต

 

  1. คนเราสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้

คนรวยหรือคนที่ประสบความสำเร็จมักคิดว่า เราสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้ โดยไม่ต้องรอให้โชคชะตา ดวง เทวดา สรวงสวรรค์ หรือสิ่งที่เรามองไม่เห็นมาเป็นผู้กำหนดตัวเอง เช่น การซื้อล็อตเตอรี่เพื่อหวังรวยทางลัด หรือการพึ่งหมอดูเพื่อทำนายโชคชะตา เป็นต้น แต่ในทางกลับกัน คนที่ยากจนมักจะโทษโชคชะตา สิ่งแวดล้อม หรือบุคคลรอบๆข้างว่า เป็นต้นเหตุแห่งความยากจนหรือความล้มเหลวของตน หรือมักคิดว่าทรัพย์สินเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญเป็นเพียงของนอกกาย ตายไปก็เอาไปไม่ได้ เมื่อใดที่คิดเช่นนี้สติปัญญาที่จะใช้ขวนขวายหาเงินหาทองก็ย่อมหมดไปเป็นธรรมดา ในขณะที่คนรวยกลับคิดเสมอว่า เมื่อปรารถนาสิ่งใดก็ต้องสร้างเหตุและปัจจัยมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ถ้ามัวแต่รอปัจจัยภายนอกแล้ว เมื่อไรสิ่งเหล่านั้นจะเกิดดอกและออกผล

  1. มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน

คนรวยคนประสบความสำเร็จจะกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนว่า ตนเองจะมีเงินเท่าไร ในอีกกี่ปีข้างหน้า แต่คนทั่วไปมักจะคิดว่า ขอแค่มีเงินเดือนไว้แค่พอใช้ในแต่เดือนก็เพียงพอแล้ว คนที่ประสบความสำเร็จมักมองการณ์ไกล มีความฝัน มีจินตนาการ และกล้าที่จะลงมือกระทำเพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของตน

  1. เกิดมาแล้วต้องรวยและประสบความสำเร็จ

คนรวยจะคิดอยู่เสมอว่า เกิดมาแล้วต้องรวย ไม่ว่าจะต้องลงทุนลงแรงขนาดไหนก็ตาม ถึงแม้ตอนเกิดเราจะไม่สามารถเลือกได้ว่าเกิดมาแล้วจะรวยเลย แต่เราสามารถกำหนดชีวิตของเราเองได้ว่าต้องการรวย ต้องการประสบความสำเร็จมากขนาดไหน แต่คนทั่วไปจะคิดเพียงแค่ว่า อยากจะร่ำรวยแต่กลับไม่ขยันทำงาน เมื่อเจอปัญหาอุปสรรคก็มักจะบ่นและท้อถอยเพราะไม่ชอบทำงานหนัก

  1. คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก

คนรวยจะคิดเสมอว่า ทุกอย่างสามารถเป็นไปได้ทั้งนั้นขอแค่เราเห็นโอกาสแล้ว ลองลงมือทำดูเท่านั้น ไม่ว่าสิ่งนั้นยากเพียงใดก็ตามแต่ และจะคิดหาหนทางในการพัฒนาสินค้าและบริการของตน เพื่อช่วยสร้างประโยชน์ให้แก่คนหมู่มาก

  1. มองหาโอกาสต่างๆ และไม่เสียเวลาไปกับปัญหาที่เกิดขึ้น

เมื่อเกิดปัญหา คนรวยจะพยายามหาโอกาส หรือช่องทางที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ไม่ตีโพยตีพายหรือหมดหวังไปกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น คนที่ประสบความสำเร็จจะนิ่งสงบ เผชิญหน้ากับปัญหาอย่างมีสติ คิดพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วลงมือกระทำ และไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะว่าคนที่ประสบความสำเร็จรู้ว่าเวลามีความหมายต่อให้รวยแค่ไหนก็ไม่สามารถซื้อเวลาได้

 

  1. ชื่นชมคนที่ประสบความสำเร็จเพื่อนำแนวความคิดมาปรับใช้ในชีวิตของตนเอง

คนรวยและคนที่ประสบความสำเร็จ สนใจและชอบที่จะศึกษาว่า คนที่เขาประสบความสำเร็จนั้นมีแนวคิดอย่างไรและทำอย่างไรถึงได้ร่ำรวยขนาดนั้นและนำมาเป็นไอดอลหรือเป็นแนวคิดในแก่ตัวเอง มากกว่าการรู้สึกคิดอิจฉาริษยาในความสำเร็จของผู้อื่น

  1. ชอบคบหาสมาคมกับคนที่มองโลกในแง่ดี

คนรวยจะชอบคบหาสมาคมกับคนที่มองโลกในแง่ดี เพราะเขาเหล่านั้นจะมีแนวความคิด คำพูด และการกระทำที่เต็มไปด้วยความหวัง คนที่มองโลกในแง่ดีจะมองสามารถเห็นโอกาสในวิกฤตเสมอ และมักจะมองปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนคนที่มองโลกในแง่ร้ายจะชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่และมองปัญหาว่า เป็นสิ่งที่จะนำมาซึ่งความหายนะ ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด เกิดเป็นความท้อถอย ความอึดอัด จนต้องระบายความรู้สึกดังกล่าวออกมาในรูปของการกระทำต่างๆ เช่น การก้าวร้าว ด่าทอ ติฉินนินทา อิจฉาริษยา หรือคอยจับผิดผู้อื่น เป็นต้น การมองโลกในแง่ร้ายมากเท่าไร ยิ่งทำให้คิดอะไรไม่ออก ชีวิตก็ย่อมจะตกอยู่ในวังวนของความยากจนข้นแค้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้น คนที่ร่ำรวยจึงเลือกที่จะไม่สุงสิงกับคนที่มองโลกในแง่ร้าย เพราะจะเป็นการเพาะเชื้อแห่งการมองโลกในแง่ร้ายเข้าไปในจิตใจโดยไม่รู้ตัว

  1. พร้อมที่จะนำเสนอสินค้าและบริการของตัวเอง

คนรวยพร้อมที่จะนำเสนอสินค้าของตนเองให้ผู้อื่นได้รับรู้อยู่เสมอ เพราะพวกเขาเชื่อว่า การรอคอยให้ผู้อื่นเข้ามาสอบถามถึงสินค้าของเรานั้นเป็นการเสียเวลา คนรวยและประสบความสำเร็จมักอยู่กับปัจจุบัน พวกเขาจะไม่จมปลักอยู่กับเรื่องในอดีต เพราะเขาตระหนักดีว่า ทุกอย่างในโลกล้วนเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และหากเขาหลงชื่นชมอยู่กับความสำเร็จในอดีต เขาก็จะประมาท หรือถ้าเขาหวาดกลัวหรือผิดหวังไปกับความล้มเหลวในอดีต เขาก็จะไม่กล้าที่จะทำสิ่งใดอีกต่อไป ฉะนั้น พวกเขาจึงไม่สนใจกับเรื่องในอดีตมากนัก แต่จะสนใจว่า ตอนนี้ควรจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้นมากกว่า

  1. มองปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา

คนรวยและประสบความสำเร็จจะมองปัญหาที่เกิดขึ้น เสมือนเครื่องมือที่ช่วยเสริมสร้างสติปัญญาให้เฉียบคมมากขึ้น และเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความรู้ เพิ่มความสามารถให้แก่ตนเองอีกต่างหาก ประสบการณ์ในการแก้ปัญหาที่ผ่านมานั้นเอง จะเป็นกำลังใจให้พวกเขากล้าที่จะทำในสิ่งใหม่และท้าทายมากยิ่งขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามทุกๆ ปัญหาที่เขาต้องเผชิญนั้น พวกเขาจะคิดมาตรการเพื่อการป้องกันมิให้ปัญหานั้นเกิดซ้ำอีก

  1. มีความเชื่อมั่นในตัวเอง

คนที่ร่ำรวยจะรู้สึกเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง พวกเขาจะรู้ว่าตัวเองสามารถทำอะไรบ้าง มีความสามารถทำได้แต่ไหน และจะลงมือทำอย่างสุดความารถของพวกเขาเองด้วยความเชื่อมั่น

  1. ประเมินผลสำเร็จจากผลงานเป็นหลัก

คนรวยจะประเมินผลงานจากสินค้าที่ขายได้หรือผลกำไรของบริษัท แต่คนทั่วไปมักจะประเมินผลงานจากแรงงานที่ตัวเองเสียไป นอกจากนั้น คนทั่วไปมักเลือกที่จะเป็นลูกน้องในองค์กรที่มีความมั่นคง เพื่อที่ว่าตนเองจะได้ไม่ต้องลงทุนหรือมีความเสี่ยงในการทำธุรกิจมากนัก ในทางกลับกัน คนรวยจะทำงานในองค์กรสักระยะหนึ่งเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และหาโอกาสเปิดกิจการหรือมีธุรกิจเป็นของตนเองต่อไป

  1. คิดหวังผลสองด้าน

คนรวยคิดว่า คนเราสามารถประสบความสำเร็จ มีความสุข และมีเวลาให้กับครอบครัวได้พร้อมๆกัน แต่คนทั่วไปกลับคิดว่า การที่จะประสบความสำเร็จได้จะต้องทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง เรื่องส่วนตัวเก็บไว้ทีหลัง การทำงานต้องเคร่งเครียด เอาจริงเอาจัง จนทำให้ละเลยคนที่รอบข้างไปหมด ละเลยสุขภาพของตัวเอง นอกจากนั้น คนรวยคิดว่า ยิ่งมีเงินทองมากขึ้น ยิ่งช่วยเปิดโอกาสให้ได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมได้มากยิ่งขึ้น แต่คนทั่วไปกลับคิดว่า การจะร่ำรวยได้จะต้องเกิดจากการเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นเสียเป็นส่วนใหญ่ พวกเขาจึงมองว่าคนรวยคือคนที่ไม่ดี

  1. คิดว่าตนเองมีราคาเท่าไร

คนรวยจะประเมินมูลค่าของตนเองจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ทั้งหมด หักลบกับหนี้สินทั้งหลาย ฉะนั้น คนรวยจึงคิดที่จะนำเงินไปลงทุนมากกว่านำไปใช้จ่ายจนหมด เพราะการลงทุนถือว่าเป็นการเพิ่มพูนรายได้โดยที่มูลค่าเดิมก็ยังคงอยู่ ในทางกลับกัน เมื่อมีเงินทองคนทั่วไปมักคิดที่จะจับจ่ายใช้สอยหรือไปท่องเที่ยวมากกกว่าการเก็บออมหรือนำไปลงทุน

  1. รู้จักวางแผนในการจับจ่ายใช้สอย

คนรวยจะวางแผนเก็บออมเงินในระยะยาวมากกว่าการนำเงินไปใช้ มีการคิดตลอดเวลาก่อนที่จะตัดสินใจซื้อหรือเปลี่ยนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และในแต่ละวันแต่ละเดือน จะมีการจดบันทึกค่าใช้จ่ายไว้อย่างสม่ำเสมอ เพราะจะทำให้เรารู้ว่า เราใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง แล้วสิ่งนั้นจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะช่วยให้อนาคตเราจะไม่ขัดสนและลำบาก

  1. รู้จักใช้เงินอย่างฉลาด

คนรวยจะรู้จักบริหารเงินให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ไม่ใช่ว่าหาเงินมาได้มากเท่าไหร่ ก็ใช้ไปเท่านั้น หรือมี 100 บาทแต่ใช้ 500 บาทแบบนี้เป็นต้น พวกเขาจะรู้จักหาวิธีที่สามารถช่วยทำให้เงินงอกเงย และช่วยเพิ่มพูนทรัพย์ให้พวกอย่างต่อเนื่อง รู้จักลงทุนโดยใช้ความคิดมากกว่าการใช้แรง

  1. ไม่กลัวความล้มเหลว

คนรวยเมื่อเจอกับความล้มเหลวจะไม่ย่อท้อหรือหมดหวัง แต่จะตั้งสติ อดทน และพยายามหาหนทางแก้ไขและมองความล้มเหลวที่เกิดขึ้นเหล่านี้นี่แหละ เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เกิดแรงกระตุ้น หรือเป็นตัวพัฒนาความรู้ ความสามารถของตัวเองมากกว่า แต่คนทั่วไปเมื่อเจอความผิดพลาด อุปสรรค ปัญหา หรือความล้มเหลวจะยอมแพ้ รู้สึกท้อ ผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น และคิดว่าตนเองหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างแล้วในชีวิต และจะหยุดการพัฒนาตัวเองโดยจมอยู่แต่กับความล้มเหลว

  1. เรียนรู้ตลอดเวลา

คนรวยจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาและไม่เคยคิดว่าตนเองเก่งแล้ว แต่คนทั่วไปจะคิดว่า ประสบการณ์จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสามารถจึงทำให้หลงคิดว่าตนเองเก่งแล้ว เพราะผ่านประสบการณ์การทำงานมาหลายปี ฉะนั้น จึงมักไม่ยอมรับการสั่งสอนหรือคำแนะนำจากคนอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนที่มีประสบการณ์น้อยกว่า เพราะถือว่าเป็นการเสียหน้าเป็นอย่างมาก ฉะนั้นอย่าลืมการเรียนรู้ตลอดเวลา ทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วเข้าไว้ เพื่อจะได้เรียนรู้ พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

ที่มาข้อมูล : drboonchai.com

24 พฤษภาคม 2561

ผู้ชม 2482 ครั้ง

ผู้เข้าชมเว็บไซต์ : 4137100
Engine by shopup.com